วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)


โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)

โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)
        การนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาเชื่อมต่อกันเพื่อประโยชน์ของการสื่อสารนั้น สามารถกระทำได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป โดยทึ่วไปแล้วโครงสร้างของเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถจำแนกตามลักษณะของการเชื่อมต่อดังต่อไปนี้

        1. 
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (bus topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส จะประกอบด้วย สายส่งข้อมูลหลัก ที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมต่อเข้ากับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อมต่อ เมื่อมีการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกัน จะมีสัญญาณข้อมูลส่งไปบนสายเคเบิ้ล และมีการแบ่งเวลาการใช้สายเคเบิ้ลแต่ละเครื่อง ข้อดีของการเชื่อมต่อแบบบัส คือ ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม แต่มีข้อเสียคือ การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/bus_topology.jpg
        2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละการเชื่อมต่อจะมีลักษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายนี้ก็จะเป็นวงกลมด้วยเช่นกัน ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง ในกรณีที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งขัดข้อง การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายชนิดนี้จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ข้อดีของโครงสร้าง เครือข่ายแบบวงแหวนคือ ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละเครื่องส่ง
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/ring_topology.jpg
        3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (star topology)
        
โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีจุกศูนย์กลางในการควบคุมการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรือ ฮับ (hub) การสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ จะสื่อสารผ่านฮับก่อนที่จะส่งข้อมูลไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แบบดาวมีข้อดี คือ ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในระบบ ส่วนข้อเสีย คือ ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิ้ลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดตามไปด้วย
http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/STAR.JPG


โครงงานบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง เรื่อง 'เมี่งคำเมืองตาก'


ที่มาและความสำคัญ :

                        เนื่องจาก เมี่ยงเต้าเจี้ยว หรือ เมี่ยงจอมพล’ เป็นอาหารพื้นอันเลื่องชื่อในจังหวัดตาก ตณะผู้จัดทำจึงเห็นว่า ในรายวิชาภาษาไทยสามารถนำมาประยุกต์ใช้ โดยแต่งกลอนเกี่ยวกับเมี่ยงคำตาก และจัดทำเป็นแผ่นพับ รวมทั้งการจัดเรียงข้อความและถ้อยคำเชิญชวนในแผ่นพับ เพื่อดึงดูดความสนใจในการเผยแพร่เกี่ยวกับ ‘เมี่ยงเต้าเจี้ยว ให้คนในชุมชนหรือนักท่องเที่ยวได้ทราบ




วัตถุประสงค์ :

1.             เพื่อดึงดูดความสนใจและเผยแพร่อาหารพื้นบ้านที่ข้นชื่อของจังหวัดตากให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
2 .             เพื่อให้ผู้จัดทำและผู้ศึกษาได้ทราบถึงกรรมวิธีของการทำเมี่ยคำเมืองตากและนำไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น



ประโยชน์ที่ได้รับ :


เนื้อหา
ประโยชน์ที่ได้รับ
ส่วนผสมและวิธีการทำเมี่ยงคำเมืองตาก
- ทำให้รู้จักวิธีการทำเมี่ยงคำที่เป็นอาหารพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อของจังหวัดตาก
ประวัติความเป็นมาของเมี่ยงคำเมืองตาก
- ทำให้ได้ทราบถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นและความเป็นมาของอาหารพื้นบ้านสามารถนำไปถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้รับรู้และเข้าใจ
สรรพคุณของพืชสมุนไพรไทย
- ได้ทราบคุณค่าและประโยชน์ของพืชสมุนไพรไทยซึ่งเป็นอาหารในชีวิตประจำวันที่มีสรรพคุณสามารถป้องกันและรักษาโรคบางชนิดได้
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
- เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทำให้เข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นและยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันได้อีกด้วย
แผนผังกลอนสุภาพ
- ได้เรียนรู้ถึงหนึ่งในบทกลอนของไทย ที่มีความไพเราะมาก และยากขึ้นไปในระดับหนึ่ง



วิธีการดำเนินงาน :

๑.ประชุมปรึกษาหารือ เสนอความคิดเห็น และคัดเลือกเรื่องที่จะทำโครงงาน
๒.แบ่งหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มและหาข้อมูลในการดำเนินงาน
.รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า นำมาวิเคราะห์และเลือกใช้ส่วนที่สำคัญ
.เขียนเค้าโครงงาน
๕.นำโครงร่างของโครงงานไปปรึกษาและขอคำแนะนำจากอาจารย์
๖.นำข้อเสนอแนะจากอาจารย์มาปรับปรุงโครงงานให้ดีขึ้น

ผลโยชน์ที่ได้รับ :




...เมืองตากเราวัฒนธรรมมีมากหลาย
มีมากมายเอกลักษณ์ด้านอาหาร
เมี่ยงเต้าเจี้ยวมีมาแต่โบราณ
ลิ้มลองทานแล้วท่านจะติดใจ
ประกอบด้วยข้าวแคบถั่วลิสง
ข้าวทอดลงพริกขิงตามสีสดใส
ทั้งเต้าเจี้ยวมะพร้าวและตะไคร้
อย่าลืมใส่ใบชะพลูดูสวยงาม
เชิญมาชิมเมี่ยงเต้าเจี้ยวของเมืองตาก
อร่อยมากสรรพคุณมีล้นเหลือ
ทานได้บ่อยอร่อยดีไม่มีเบื่อ
หากไม่เชื่อลองมาชิมให้อิ่มกัน


สรุปผล :

             เมี่ยงคำจังหวัดตาก ที่เกิดมาจากในสมัยก่อน ผู้สูงอายุของแต่ละบ้าน ต้องการที่จะหาอาหารทานยามว่าง จึงได้นำอาหารที่เหลือแต่ละอย่างมารับประทานรวมกัน เช่น มะนาว พริก ขิง ถั่วลิสง ใบชะพลู ฯลฯ ซึ่งเป็นอาหารที่มาจากพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ และ ต่อมา ก็ได้กลายเป็นที่นิยมของตำบลหัวเดียด และเมี่ยงคำก็มีชื่อเรียกอีกชื่อ คือ เมี่ยงจอมพล  ที่เรียกว่าเมี่ยงจอมพลเนื่องจาก ในอดีตทุกครั้งที่ จอมพลถนอม กิตติขจร มาเมืองตาก จะต้องไปกินเมี่ยงชนิดนี้ที่ร้านคุณป้าคนหนึ่งเป็นประจำ จนชาวบ้านพากันเรียก ''เมี่ยงจอมพล'' ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อ  เพื่อดึงดูดความสนใจและเผยแพร่อาหารพื้นบ้านที่ข้นชื่อของจังหวัดตากให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกทั้งยัง ทำให้ผู้จัดทำและผู้ศึกษาได้ทราบถึงกรรมวิธีของการทำเมี่ยคำเมืองตากและนำไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง


   ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง

ตั้งแต่คนรักษาเท้าช้าง  ไปจนถึงเหล่าอำมาตย์ ในเมืองมิถิลานครซึ่งมีพลเมือง 65 ล้านคน  ล้วนจาริกอยู่ในโมหะภูมิทั้งสิ้น  คือหลงไปกับเงิน เห็นยศเห็นตำแหน่งเป็นสิ่งสำคัญ  และพากันแย่งผลประโยชน์


ความนัยแห่ง “พระมหาชนก”
         เพราะเคยเป็นผู้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นเวลานาน  ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ วิวัฒน์  ศัลยกำธร จึงน้อมนำแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านมาเป็นเข็มทิศนำทาง  ทั้งกระบวนการคิด และการลงมือทำกระทั่งการมองเห็นเป้าหมายของการทำงานชัดเจนว่า   เมื่อผู้คนส่วนใหญ่ยังหลงมัวเมาอยู่ในโมหะภูมิ  เราก็ต้องพาพวกเขาออกจากโมหะภูมิ  มาสู่สัมมาทิฐิ  คือความเห็นชอบก่อนเป็นอันดับแรก
         ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติย้ำถึงทิศทางการทำงานภายใต้ปรัญชญาเศรษฐกิจพอเพียงประการสำคัญในอันดับต้นๆ ว่า นี่จึงเป็นเรื่องไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมการดำเนินรอยตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงต้องให้ความสำคัญกับ “การศึกษา” และ “การพัฒนาคน” เป็นพื้นฐาน

        ประการหนึ่งยอมรับว่าผู้คนอยู่ในความหลงมัวเมา  ต้องให้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่พวกเขาด้วยการศึกษา
        ประการหนึ่งจะพัฒนาสังคมได้  จำต้องพัฒนาคน  ให้คนที่ได้รับการพัฒนาแล้วไปพัฒนาสังคมอีกทอดหนึ่ง  เขายืนยันว่ากว่าจะเป็นโครงการต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น   พระองค์ได้ทรงทดลองทำอย่างจริงจังจนได้ผลสำเร็จแล้วจึงนำมาชี้แนะและเผยแพร่ออกไป

ต้องทำให้ดินฟื้นคืนชีพ

         จากการทรงงาน  พระองค์ทรงพบว่า ปัญหาบ้านเมืองมีเยอะมาก  การเอาะชนะ ปัญหาต่างๆ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านนั้น   ทรงดำริว่า  ดินเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญของเกษตรกร  และปัจจุบันปัญหาดินเสื่อมคุณภาพเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไข

       “พระองค์ท่านก็ทรงทำโครงดารพัฒนาดิน  เพื่อจะนำเอาความรู้ไปสอนให้ชาวบ้านได้รู้ว่า  ดินมีความสำคัญกับการพัฒนาประเทศอย่างไร”
        แม้ตัวเขาเองเมื่อตัดสินใจดำเนินชีวิตตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  เพื่อพิสูจน์ให้ได้ว่า  ทำได้และดำรงชีวิตอยู่ได่จริง  เขาก็เริ่มด้วยหลักคิดที่ยึดถือง่ายๆ  ว่าเอาเรื่องกินเป็นพื้นฐานก่อน มีน้ำกิน มีข้าวกิน และมีอากาศหายใจ


ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
          ความรู้ที่ได้เมื่อครั้งตามเสด็จ คือพระเจ้าอยู่หัวให้ความสำคัญกับการปลูกป่า  เพราะป่าให้อาหาร ให้น้ำ และใหอากาศ  เมื่อเขาตัดสินใจลาออกจากราชการ  มาเริ่มต้นกับผืนดินแห้งแล้งจำนวน 40 ไร่ ตำบลมาบเอื้อง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เขาขุดบ่อน้ำลึก 15 เมตร กินพื้นที่ 5 ไร่ เมื่อได้น้ำแล้วเขาก็เริ่มปลูกป่าทันที   ตามแนวพระราชดำรัสเกี่ยวกับป่า 3  อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ที่ได้พระราชทาน ณ โรงแรมริมคำ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2523 

        “...การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ได้  ให้ใช้วิธีปลูกไม้สามอย่าง  แต่มีประโยชน์สี่อย่าง คือ ไม้ใช้สอย  ไม้กิน  ไม้เศรษฐกิจ  โดยปลูกรองรับการชลประทาน ปลูกรับซับน้ำและปลูกอุดช่วงไหล่ตามร่องห้วย  โดยรับน้ำฝนอย่างเดียวประโยชน์ที่สี่คือ ได้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ...”

         วิวัฒน์  ศัลยกำธร  อธิบายหลักการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ว่าเป็นแนวคิดขิงการผสมผสานการอนุรักษ์ ดิน น้ำ และการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้  ควบคู่กับความต้องการด้านเศรษฐกิจ  ด้วยการจำแนกป่า 3 อย่าง ดังนี้
           1. ป่าไม้ใช้สอย  คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
           2. ป่าไม้กินได้  คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
           3. ป่าไม้เศรษฐกิจ  คือ  ไม้ที่ปลูกไว้ขาย  หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก

ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง จำแนกประโยชน์แต่ละอย่างออกเป็น
           1. ป่าไม้ใช้สอย  นำมาสร้างบ้าน  ทำเล้าเป็ด  เล้าไก่  ด้ามจอบเสียม  ทำหัตถกรรม  หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม
           2. ป่าไม้กินได้  นำมาเป็นอาหาร  ทั้งพืชกินใบ  กินผล  กินหัว  และเป็นยาสมุนไพร
           3. ป่าไม้เศรษฐกิจ  เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน  เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้  ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน
           4. ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ  การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน  ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้อสู่สวนเกษตรกรรม


ปลูกป่า 5 ระดับ
ดำรงชีพ  และฟื้นธรรมชาติ

        วิวัฒน์ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงว่า  สภาพดิน 40 ไร่นั้น  เป็นดินที่ตายแล้วจากการใช้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวและใช้สรางเคมีมาเป็นเวลานาน  เขาต้องทำให้ดินฟื้นคืนชีพกลับมาก่อน  ด้วยเทคนิคการปลูกไม้ 5 ระดับ ตามชั้นความสูงของไม้ซึ่งได้มาจากการสังเกตธรรมชาติของป่าคือ


        ไม้ระดับสูง เช่น ตะเคียน ยางนา มะค่าโมง สะตอ มะพร้าว
        ไม้ระดับกลาง เช่น ผักหวานป่า ติ้ว พลู กำลังเสือโคร่ง กล้วย
        ไม้พุ่มเตี้ย เช่น ผักหวานบ้าน มะนาว พริกไทย ย่านาง เสาวรส
        ไม้เรี่ยดิน  เช่น  ผักเสี้ยน  มะเขือเทศ สะระแหน่
        ไม้หัวใต้ดิน  เช่น ข่า ตะไคร้ ไพล เผือก มัน บุก กลอย

          เมื่อปลูกไม้ครบทั้ง 5 ระดับแล้ว เอาฟางห่มดินให้หนาเพื่อรักษาความชื้นให้กับดิน  จุลินทรีย์ในดินจะขยายตัว  รากของต้นไม้จะชอนไชไปในดินได้ง่าย  ตามด้วยปุ๋ยแห้งจำพวกมูลสัตว์โรยทับ  แม้จะไม่ถึงดินโดยตรง  แต่ความชื้นจะค่อยๆ ดึงปุ๋ยลงสู่ดิน ดินก็จะย่อยสลาย

         เขาย้ำอย่างหนักแน่นว่า  นอกจากทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้แล้วนี่ยังเป็นยุทธวิธีสู้ภัยแล้งได้อย่างมหัศจรรย์ “ถ้าเราทำให้คนไทยั้งประเทศหันมาปลูกต้นไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ด้วยเทคนิคการปลูกไม้ 5 ระดับ เมืองไทยก็จะไม่ร้อนอย่างแน่นอน”       ในฐานะกรรมการที่ปรึกษา โครงการรักษาป่า  สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง เขาย้ำว่า

        “เราต้องสร้างทีม  เพื่อให้ทีมไปสร้างคนในตำบลให้มีความรู้มีคุณธรรม  มีความเพียร  และให้ตัวเองรู้จักพอ  ต้องเพียรจนพอแล้วใจจะรู้จักพอ  การให้ทานคือการวัดการพอ”
http://www.vcharkarn.com/varticle/39438

จริยธรรมและคุณธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต


จริยธรรมและคุณธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

     จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น ได้แก่

          1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้
          - การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร
          - การใช้เทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน
          - การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด
          - การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าใหม่ขึ้นมาแล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น
           2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่
          3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property) ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศมักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงเครื่องเดียว ในขณะที่บางโปรแกรมอนุญาตให้ใช้ได้หลายเครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรมให้กับบุคคลอื่น เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าท่านมีสิทธิในโปรแกรมนั้นในระดับใด
          4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) คือการป้องกันการเข้าไปดำเนินการกับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบเช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ถือว่าเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกัน หากผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น


จรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
     1. ให้ระมัดระวังการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
     2. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
     3. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
     4. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ

บัญญัติ 10 ประการ
     1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น
     2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
     3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
     4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
     5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
     6. ต้องมีจรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
     7. ให้ระมัดระวังในการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
     8. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
     9. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
    10. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ

จริยธรรมและคุณธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต


จริยธรรมและคุณธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

     จริยธรรม หมายถึง หลักศีลธรรมจรรยาที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ หรือควบคุมการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาจริยธรรมเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น ได้แก่

          1. ความเป็นส่วนตัว (Information Privacy) ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและสารสนเทศ โดยทั่วไปหมายถึงสิทธิที่จะอยู่ตามลำพังและเป็นสิทธิที่เจ้าของสามารถที่จะควบคุมข้อมูลของตนเองในการเปิดเผยให้กับผู้อื่น ปัจจุบันมีประเด็นเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวที่เป็นข้อหน้าสังเกตดังนี้
          - การเข้าไปดูข้อความในจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และการบันทึกข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการบันทึก-แลกเปลี่ยนข้อมูลที่บุคคลเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์และกลุ่มข่าวสาร
          - การใช้เทคโนโลยีในกาติดตามความเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมของบุคคล เช่น บริษัทใช้คอมพิวเตอร์ในการตรวจจับหรือเฝ้าดูการปฏิบัติงาน/การใช้บริการของพนักงาน
          - การใช้ข้อมูลของลูกค้าจากแหล่งต่างๆ เพื่อผลประโยชน์ในการขยายตลาด
          - การรวบรวมหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล์ หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ เพื่อนำไปสร้างฐานข้อมูลประวัติลูกค้าใหม่ขึ้นมาแล้วนำไปขายให้กับบริษัทอื่น
           2. ความถูกต้อง (Information Accuracy) ในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการรวบรวม จัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลนั้น คุณลักษณะที่สำคัญประการหนึ่งคือความน่าเชื่อถือได้ของข้อมูล ทั้งนี้ ข้อมูลจะมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดย่อมขึ้นอยู่กับความถูกต้องในการบันทึกข้อมูลด้วย ประเด็นด้านจริยธรรมที่เกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล โดยทั่วไปจะพิจารณาว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่จัดเก็บและเผยแพร่
          3. ความเป็นเจ้าของ (Information Property) ในสังคมของเทคโนโลยีสารสนเทศมักจะกล่าวถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เมื่อท่านซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีการจดลิขสิทธิ์ นั่นหมายความว่าท่านจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการใช้ซอฟต์แวร์นั้น ซึ่งลิขสิทธิ์ในการใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละสินค้าและบริษัท บางโปรแกรมอนุญาตให้ติดตั้งได้เพียงเครื่องเดียว ในขณะที่บางโปรแกรมอนุญาตให้ใช้ได้หลายเครื่อง ตราบใดที่ท่านยังเป็นบุคคลที่มีสิทธิในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซื้อมา การคัดลอกโปรแกรมให้กับบุคคลอื่น เป็นการกระทำที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าท่านมีสิทธิในโปรแกรมนั้นในระดับใด
          4. การเข้าถึงข้อมูล (Data Accessibility) คือการป้องกันการเข้าไปดำเนินการกับข้อมูลของผู้ใช้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเป็นการรักษาความลับของข้อมูล ตัวอย่างสิทธิในการใช้งานระบบเช่น การบันทึก การแก้ไข/ปรับปรุง และการลบ เป็นต้น ดังนั้น ในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์จึงได้มีการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ และการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมนั้น ถือว่าเป็นการผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับการละเมิดข้อมูลส่วนตัว ในการใช้งานคอมพิวเตอร์และเครือข่ายร่วมกัน หากผู้ใช้ร่วมใจกันปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดแล้ว การผิดจริยธรรมตามประเด็นที่กล่าวมาข้างต้นก็คงจะไม่เกิดขึ้น


จรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
     1. ให้ระมัดระวังการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
     2. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
     3. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
     4. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ

บัญญัติ 10 ประการ
     1. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายหรือละเมิดผู้อื่น
     2. ต้องไม่รบกวนการทำงานของผู้อื่น
     3. ต้องไม่สอดแนม แก้ไข หรือเปิดดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
     4. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการโจรกรรมข้อมูลข่าวสาร
     5. ต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์สร้างหลักฐานที่เป็นเท็จ
     6. ต้องมีจรรยาบรรณการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
     7. ให้ระมัดระวังในการละเมิดหรือสร้างความเสียหายให้ผู้อื่น
     8. ให้แหล่งที่มาของข้อความ ควรอ้างอิงแหล่งข่าวได้
     9. ไม่กระทำการรบกวนผู้อื่นด้วยการโฆษณาเกินความจำเป็น
    10. ดูแลและแก้ไขหากตกเป็นเหยื่อจากโปรแกรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นเป็นเหยื่อ

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

เราสามารถจัดการกับความเครียดได้

เราสามารถจัดการกับความเครียดได้
หากเรารู้จักตั้งสติ และใช้เหตุผลความเครียดไม่มีทางทำร้ายเราได้อย่างแน่นอน ปัญหาใหญ่ ๆ ค่อย ๆ แก้ไขสักวันก็เล้กและหมดไปในที่สุด ทางออกมีอยู่หลายทางเลือกใช้กับตัวเองดู รับรองว่าต้อมีสักทางที่เป็นตัวคุณ

คนเครียดไม่ใช่โรคจิต

เวลาเครียดนั้นทำให้เรามีพฤติกรรมที่ผิดปกติ เพราะจิตใจไม่ปกติ ไม่สบาย แต่ไม่ได้เป็นโรคจิต พวกเขายังมีสติดี แต่ถูกกดดันจากปัญหาค่อนข้างมาก จึงไม่ค่อยทำกิจกรรมเหมือนคนอื่นทำมากนัก เท่านั้นเอง
บุรี่และแอลกอฮอล์ไม่ใช่ทางออก

เมื่อเกิดความเครียด หลายคนจะพึ่งของอย่างอื่นในการดับความเครียดอย่างเช่ย บุรี่และแอลกอฮอล์ เพราะทำให้รู้สึกสบายใจไม่ต้องคิดอะไรไประยะหนึ่ง แต่หลังจากนั้นทุกอย่างจะกลับสู่ความเครียดแต่มากกว่าเดิม ควรหันมาดื่มนมและน้ำผลไม้จะดีต่อสุขภาพมากกว่านะจ๊ะ

การเข้าใจความเครียดเบื้องต้นนี้จะทำให้เราปฏิบัติตัวได้ถูกต้องเมื่อเราเครียด ทางออกของปัญหารออยู่แล้วหากเราเข้าใจและรู้สาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเข้าใจลึกซึ้ง แล้วชีวิตนี้ก็จะหมดเครียดมีแต่สุขกายสบายใจ พร้อมสู้ศึกชีวิตน้อยใหญ่ต่อไปเรื่อย ๆ